# ko/01fktUkl0vx8.xml.gz
# th/01fktUkl0vx8.xml.gz


(src)="1"> 65 곱하기 1을 하라고 합니다 .
(trg)="1"> เขาให้เราคูณ 65 คูณ 1 .

(src)="2"> 문자 그대로 , 우리는 65에 곱하기 기호 혹은 점으로 곱셈을 표시할 수 있겠습니다 . 어떻게 하든 65 곱하기 1을 의미합니다 .
(trg)="2"> ตามนั้น เราแค่ต้องคูณ 65

(src)="3"> 문자 그대로 , 우리는 65에 곱하기 기호 혹은 점으로 곱셈을 표시할 수 있겠습니다 . 어떻게 하든 65 곱하기 1을 의미합니다 .
(trg)="3"> และเราเขียนเครื่องหมายคูณแบบนั้น หรือเขียนเป็นเครื่องหมายจุด

(src)="4"> 문자 그대로 , 우리는 65에 곱하기 기호 혹은 점으로 곱셈을 표시할 수 있겠습니다 . 어떻게 하든 65 곱하기 1을 의미합니다 .
(trg)="4"> มันหมายถึง 65 คูณ 1 .

(src)="5"> 이를 해석하는 방법은 두가지가 있는데요 .
(trg)="5"> และมีวิธีตีความสองแบบ .

(src)="6"> 65 1번으로 볼수도 있고
(trg)="6"> คุณมองนี่เป็นเลข 65 หนึ่งครั้ง

(src)="7"> 1 65번을 다 더한것으로 볼수도 있습니다 .
(trg)="7"> หรือมองนี่เป็นเลข 1 หกสิบห้าครั้งบวกกันก็ได้ .

(src)="8"> 어떻게 보든 답은 65 한개입니다 .
(trg)="8"> แต่ไม่ว่าแบบไหน ถ้าคุณมี 65 หนึ่งครั้ง นี่ก็จะเท่ากับ 65 ตามนั้น .

(src)="9"> 1에 무엇을 곱하든 답은 그 숫자가 됩니다 .
(trg)="9"> อะไรก็ตามคูณ 1 จะเท่ากับตัวมันเอง .

(src)="10"> 1에 무엇을 곱하든 답은 그 숫자가 됩니다 .
(trg)="10"> ไม่ว่ามันคืออะไร .

(src)="11"> 1에 무엇을 곱하든 답은 그 숫자가 됩니다 .
(trg)="11"> อะไรก็ตามคูณ 1 จะเท่ากับจำนวนนั้น .

(src)="12"> 여기 빈칸에다가 1을 곱해도
(trg)="12"> ถ้าผมมีอะไรสักอย่างตรงนี้คูณ 1

(src)="13"> 답은 그 빈칸이 될겁니다 .
(trg)="13"> มันจะออกเป็นตัวนั้นเหมือนเดิม .

(src)="14"> 즉 , 3 곱하기 1이면 3 .
(trg)="14"> แล้วถ้าผมมี 3 คูณ 1 , ผมจะได้ 3 .

(src)="15"> 5 곱하기 1이면 5 .
(trg)="15"> ถ้าผมมี 5 คูณ 1 , ผมจะได้ 5 .

(src)="16"> 이건 문자 그대로 5 한번을 의미하니깐요 .
(trg)="16"> เพราะความหมายตรงๆ คือ 5 หนึ่งครั้ง .

(src)="17"> 157 곱하기 1을 해도 157 .
(trg)="17"> ถ้าผมใส่ -- ไม่รู้สิ -- 157 คูณ 1 , มันจะเท่ากับ 157 .

(src)="18"> 이해되죠 ?
(trg)="18"> ผมว่าคุณคงเข้าใจ .

# ko/06maZDmGztKT.xml.gz
# th/06maZDmGztKT.xml.gz


(src)="1"> 인간은 서로를 보는 순간
(trg)="1"> มนุษย์เราแบ่งผู้คนรอบตัวใส่กล่องต่างๆ

(src)="2"> 서로를 분류하곤 합니다 .
(trg)="2"> ตั้งแต่วินาทีแรกที่เราพบกัน

(src)="3"> 저 사람은 위험한 존재인가 ? 저 사람은 매력적인가 ?
(trg)="3"> คนคนนี้อันตรายหรือเปล่า ? น่าสนใจไหม ?

(src)="4"> 저 사람과는 친구가 될 수 있을까 ? 함께 관계를 이어나갈 수 있을까 ? 하며 ,
(trg)="4"> เหมาะสมที่จะเป็นคู่ของเราหรือเปล่า ? หรือจะเป็นโอกาสในการติดต่องานไหม ?

(src)="5"> 사람들 각자에게 작은 평가를 하고
(trg)="5"> เราทำการสอบสวนเล็กๆ เมื่อเราพบกัน

(src)="6"> 마음 속에 그 사람의 이력서를 만들죠 .
(trg)="6"> เพื่อทำประวัติของพวกเขาในหัวเรา

(src)="7"> 이름이 무엇인지 , 어디서 왔는지 ,
(trg)="7"> คุณชื่ออะไร ? มาจากที่ไหน ?

(src)="8"> 나이는 몇인지 , 하는 일은 무엇인지도 물어봅니다 .
(trg)="8"> อายุเท่าใหร่ ? ทำอาชีพอะไร ?

(src)="9"> 그리고는 좀 더 사적인 내용으로 들어가죠 .
(trg)="9"> แล้วเราก็ถามลึกลงไปถึงเรื่องส่วนตัว

(src)="10"> 지금까지 앓았던 병이 있습니까 ?
(trg)="10"> คุณเคยป่วย เป็นโรคอะไรมารึเปล่า ?

(src)="11"> 이혼한 적은요 ?
(trg)="11"> เคยหย่ามั้ย ?

(src)="12"> 지금 제 질문에 답하는 동안 입냄새를 풍기고 있다는 걸 아시나요 ?
(trg)="12"> คุณมีกลิ่นปากรึเปล่า ในระหว่างที่ตอบคำถามอยู่นี่

(src)="13"> 어떤 걸 좋아하세요 ? 누굴 좋아하세요 ?
(trg)="13"> คุณสนใจเรื่องอะไร ? คุณสนใจใคร ?

(src)="14"> 여자와 남자 중에 누구랑 자고 싶으세요 ?
(trg)="14"> คุณชอบมีสัมพันธ์กับคนเพศไหน ?

(src)="15"> 저도 압니다 .
(trg)="15"> ฉันเข้าใจ

(src)="16"> 우리는 신경구조상
(trg)="16"> เราถูกโปรแกรมทางพันธุกรรมกำหนดไว้

(src)="17"> 우리와 닮은 사람을 찾도록 되어있습니다 .
(trg)="17"> ให้ตามหาผู้คนที่มีลักษณะเหมือนกับเรา

(src)="18"> 나이가 들면서 무리짓기 시작하지요 .
(trg)="18"> เราเริ่มสร้างกลุ่มของตัวเองทันทีที่เราโตพอ

(src)="19"> 소속감을 느끼기 위해서죠 .
(trg)="19"> ที่จะรู้ว่าความรู้สึกของการได้รับการยอมรับเป็นอย่างไร

(src)="20"> 어떤 것이든 서로간에 공통점을 찾으려고 합니다 .
(trg)="20"> เราผูกพันกันด้วยทุกสิ่งที่เราจะสัมพันธ์กันได้

(src)="21"> 그것이 음악 취향일 수도 있고 , 인종 , 성별 , 혹은 고향이 될 수도 있지요 .
(trg)="21"> ความชอบด้านดนตรี เชื้อชาติ เพศ หรือแม้แต่ละแวกบ้านที่เราโตมา

(src)="22"> 우린 자신의 취향을 존중해주는 환경을 찾으려고 합니다 .
(trg)="22"> เรามองหาสภาพแวดล้อมที่ขับเน้นความชอบของเรา

(src)="23"> 그런데 가끔 " 어떤 일을 하세요 ? " 라는 단순한 질문조차도
(trg)="23"> แต่ว่าก็ว่าเหอะ บางครั้งคำถามธรรมดาว่า คุณทำงานอะไร ?

(src)="24"> 마치 누군가가 작은 상자를 열어 그 안으로
(trg)="24"> อาจทำให้เรารู้สึกว่า เค้ากำลังเปิดกล่องใบเล็กจิ๋ว

(src)="25"> 당신을 억지로 구겨넣으려는 느낌을 줄 때가 있죠 .
(trg)="25"> แล้วขอให้คุณยัดตัวของคุณลงในนั้น

(src)="26"> 왜냐하면 그 범위가 제한되어 있기 때문이에요 .
(trg)="26"> เพราะการแบ่งประเภทแบบนั้น ฉันพบว่า เป็นขอบเขตที่แคบเกินไป

(src)="27"> 그 상자가 너무 좁다는 뜻입니다 .
(trg)="27"> กล่องเหล่านั้นแคบเกินไป

(src)="28"> 그리고 이건 자칫 정말 위험해질 수 있습니다 .
(trg)="28"> และสิ่งนั้นก็อาจเป็นเรื่องอันตรายได้

(src)="29"> 아 , 이야기를 더하기 전에
(trg)="29"> ดังนั้น เพื่อทำความรู้จัก และปฏิเสธข้อจำกัดต่างๆเกี่ยวกับฉัน

(src)="30"> 저에 관해서 말씀드릴께요 .
(trg)="30"> ก่อนที่เราจะลงลึกกันต่อไป

(src)="31"> 전 매우 보호받는 환경에서 자라났습니다 .
(trg)="31"> ฉันเติบโตขึ้นมาในสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการปกป้องจากขนบ

(src)="32"> 펑크 음악의 발상지에서 두 블럭 떨어진
(trg)="32"> ฉันถูกเลี้ยงดูมา ในแมนฮัตตัน ในช่วงต้นทศวรรษ 1980

(src)="33"> 1980년대 초의 맨하탄 시내에서 자랐습니다 .
(trg)="33"> ห่างจากศูนย์กลางของดนตรีแนวพังค์ ไปสองช่วงตึก

(src)="34"> 전 사회적 편견이나 , 종교적 양육방식 등
(trg)="34"> ฉันได้รับการปกป้องจากความเชื่อที่ไม่มีเหตุผลทั้งหลาย

(src)="35"> 제약의 고통으로부터 보호받을 수 있었죠 ,
(trg)="35"> และจากข้อจำกัดทางสังคมต่างๆ ที่มีอยู่ในการเลี้ยงดูเด็กในสังคมเคร่งศาสนา

(src)="36"> 사실 제가 살았던 곳은 동성애자나 급진주의자 ,
(trg)="36"> ในแถบที่ฉันโตมา ถ้าคุณไม่ใช่นางโชว์ หรือ นักคิดหัวสมัยใหม่

(src)="37"> 또는 일종의 행위예술가가 아니라면
(trg)="37"> หรือนักแสดง อะไรซักอย่างแล้วล่ะก็

(src)="38"> 그게 오히려 이상한 놈으로 치부되는 곳이었죠 .
(trg)="38"> คุณเป็นตัวประหลาด

(src)="39"> ( 웃음 )
(trg)="39"> ( หัวเราะ )

(src)="40"> 비정통적인 성장과정이었지만
(trg)="40"> มันเป็นการเลี้ยงดูที่ผิดไปจากขนบ

(src)="41"> 전 뉴욕 출신의 아이로서
(trg)="41"> แต่ในฐานะที่เป็นเด็กนิวยอรค์

(src)="42"> 자신의 본능과
(trg)="42"> คุณจะเรียนรู้ที่จะเชื่อสัญชาติญาณของตัวเอง

(src)="43"> 자신의 생각을 믿는 법을 배우게 됩니다 .
(trg)="43"> คุณเรียนรู้ที่จะทำตามความคิดของคุณ

(src)="44"> 그래서 저는 여섯 살 때 남자아이가 되기로 했습니다 .
(trg)="44"> เพราะงั้น ตอนหกขวบ ฉันจึงตัดสินใจที่จะเป็นเด็กผู้ชาย

(src)="45"> 어느 날 제가 학교에 갔을 때 친구들은 절 농구에 껴 주지 않더군요 .
(trg)="45"> ฉันไปโรงเรียนวันหนึ่ง แล้วคนอื่นๆ ไม่ยอมให้ฉันเล่นบาสเก็ตบอลกับพวกเขา

(src)="46"> 여자아이들은 껴주지 않겠다고 하면서요 .
(trg)="46"> พวกเขาบอกว่า ไม่ให้ผู้หญิงเล่นหรอก

(src)="47"> 그래서 저는 집에 가서 머리를 깎았습니다 .
(trg)="47"> เพราะงั้น ฉันจึงกลับบ้าน โกนหัว

(src)="48"> 그리고 다음날 와서 말했죠 . " 난 이제 남자야 . "
(trg)="48"> แล้วก็กลับมาในวันรุ่งขึ้น แล้วบอกว่า " ฉันเป็นผู้ชาย "

(src)="49"> 아니 , 혹시 알아요 ?
(trg)="49"> ใครจะไปรู้ ใช่ไหม

(src)="50"> 여섯 살이라면 가능할지도 모르죠 ,
(trg)="50"> ตอนคุณอายุหกขวบ คุณอาจจะสามารถทำแบบนั้นได้

(src)="51"> 아무에게도 제가 여자라고 말하지 않았고 , 실제로 아무도 몰랐죠 .
(trg)="51"> ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันเป็นเด็กผู้หญิง แล้วพวกเขาก็ไม่รู้

(src)="52"> 전 그렇 8년을 보냈습니다 .
(trg)="52"> ฉันเก็บความลับไว้ได้ เป็นเวลาแปดปี

(src)="53"> 이게 제가 열한 살 때의 모습입니다 .
(trg)="53"> นี่คือภาพของฉันตอนฉันอายุสิบเอ็ด

(src)="54"> 전 줄리언 포라는 영화에서
(trg)="54"> ฉันเล้นเป็นเด็กผู้ชายชื่อ วอลเตอร์

(src)="55"> 월터라는 역을 맡았었죠 .
(trg)="55"> ในหนังเรื่อง " จูเลียน โป "

(src)="56"> 크리스찬 슬레이터를 따라 다니면서 귀찮게하는 꼬맹이였습니다 .
(trg)="56"> เป็นเด็กข้างถนนที่เดินตาม คอยกวนใจ คริสเตียน สเลเตอร์

(src)="57"> 저는 꼬마 배우이기도 했죠 .
(trg)="57"> เห็นมั้ย ฉันเป็นนักแสดงเด็กด้วย

(src)="58"> 제 성별을 두 배 더 능숙히 감출 수 있었다는 뜻입니다 .
(trg)="58"> ซึ่งทำให้มีชั้นของการแสดงมาปกคลุม ตัวตนของฉันเพิ่มขึ้นไปอีก

(src)="59"> 아무도 제가 남자아이인척하는 여자아이란 걸 알지 못했기 때문이죠 .
(trg)="59"> เพราะไม่มีใครรู้ว่า ที่จริงแล้วฉันเป็นเด็กผู้หญิงที่เล่นเป็นเด็กผู้ชาย

(src)="60"> 사실 , 제가 살면서 만난 그 누구도 , 학교 선생님도 ,
(trg)="60"> อันที่จริง ไม่มีใครในชีวิตฉันตอนนั้น รู้เลยว่าฉันเป็นผู้หญิง

(src)="61"> 친구들도 , 감독들도
(trg)="61"> คุณครู หรือเพื่อนที่โรงเรียนก็ไม่รู้

(src)="62"> 제가 여자아이라는 것을 알지 못했습니다 .
(trg)="62"> ผู้กำกับที่ฉันทำงานด้วยก็ไม่รู้

(src)="63"> 아이들은 수업시간에 저한테 와서
(trg)="63"> เด็กคนอื่นๆ มักจะเดินเข้ามาหาฉันในห้องเรียน

(src)="64"> 목젖이 있는지 보기위해 목을 잡거나
(trg)="64"> แล้วก็จับคอฉันเพื่อหาลูกกระเดือก

(src)="65"> 제 ´그것´이 있는지 보려고 가랑이를 잡기도 했습니다 .
(trg)="65"> หรือจับเป้ากางเกงเพื่อเช็คดู

(src)="66"> 화장실에 갈때면 전 서서 오줌누는 것처럼
(trg)="66"> เวลาเข้าห้องน้ำ ฉันจะหันรองเท้ากลับในห้องน้ำ

(src)="67"> 보이기 위해 신발을 거꾸로 신곤 했습니다 .
(trg)="67"> เพื่อให้ดูเหมือนว่าฉันกำลังยืนฉี่อยู่

(src)="68"> 친구 집에서 잘 때면 여자아이들에게
(trg)="68"> เวลาไปนอนบ้านเพื่อน ฉันจะหวาดผวา

(src)="69"> 제게 키스하지 않는 것이 좋을 거라는 걸
(trg)="69"> พยายามบอกพวกเด็กผู้หญิงว่า พวกเธอไม่ควรจะจูบฉันหรอก

(src)="70"> 커밍아웃하지 않고 말하려고 아주 고생하기도 했습니다 .
(trg)="70"> โดยไม่เปิดเผยว่าฉันเป็นผู้หญิง

(src)="71"> 그렇지만 제가 제 몸이나 성기를 싫어하지 않았다는 점을
(trg)="71"> ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นเรื่องจำเป็นที่ฉันจะต้องบอกว่า

(src)="72"> 알아주셨으면 합니다 .
(trg)="72"> ฉันไม่ได้รังเกียจร่างกาย หรืออวัยวะเพศของฉัน

(src)="73"> 전 제가 엉뚱한 몸을 가지고 태어났다고는 생각하지 않았습니다 .
(trg)="73"> ฉันไม่ได้รู้สึกว่าฉันอยู่ในร่างที่ไม่ใช่

(src)="74"> 그보다는 우아한 연기를 하는 것 같았죠 .
(trg)="74"> ฉันรู้สึกว่าฉันกำลังแสดงบทบาทหนึ่งอยู่

(src)="75"> 성전환자는 되지 못했을 것입니다 .
(trg)="75"> ฉันคงไม่ผ่านคุณสมบัติการเป็นคนข้ามเพศหรอก

(src)="76"> 만약 제 가족이 이런 것이 치료된다고 생각했다면
(trg)="76"> ถ้าครอบครัวของฉันเป็นพวกที่เชื่อในการบำบัดเรื่องเหล่านี้

(src)="77"> 제가 성주체성장애를 겪고 있다고 생각하고선
(trg)="77"> พวกเขาก็คงวินิจฉัยฉันไปแล้ว

(src)="78"> 제게 사춘기가 오지 못하게 하는
(trg)="78"> ว่าเป็นอะไรประมาณ ภาวะสับสนทางเพศ

(src)="79"> 호르몬을 맞게 했을 겁니다 .
(trg)="79"> แล้วก็ให้ฮอร์โมนฉัน เพื่อเลื่อนวัยเจริญพันธุ์ออกไป

(src)="80"> 하지만 저같은 경우에는
(trg)="80"> แต่ในกรณีของฉัน

(src)="81"> 제가 열네 살이던 어느 날
(trg)="81"> ฉันก็แค่ตื่นขึ้นมาวันนึง ตอนฉันอายุสิบสี่

(src)="82"> 갑자기 다시 여자아이가 되고 싶었습니다 .
(trg)="82"> แล้วตัดสินใจว่า ฉันอยากจะเป็นผู้หญิงละ